ตามรอยพระพุทธบาท

การเดินทาง 16 - 17 กุมภาพันธ์ 2554 ( การเตรียมงาน) ตอนที่ 1
praew - 9/3/11 at 10:26

ตอนที่ 2 | ตอนที่ 3 | ตอนที่ 4





วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2554 (อุทัยธานี - ชุมพร)

หลวงพี่พร้อมทั้งคณะออกเดินทางจากวัดตั้งแต่เช้ามืดตอนตี 4 ด้วยรถยนต์ 3 คัน เพื่อนำญาติโยมและวัสดุที่จะทำบายศรี เดินทางล่องใต้ไปก่อนล่วงหน้า ทั้งนี้คาดว่าจะมีผู้เดินทางไปร่วมงานกว่าร้อยคน



เวลาประมาณ 14.30 น. ได้เดินทางไปที่ ชุมพรคาบาน่า เพื่อติดต่อเรื่องการเช่าเรือ
เพื่อเดินทางไปเกาะพระหัตถ์ ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553
ซึ่งสามารถบรรจุผู้โดยสารได้ประมาณ 100 ท่าน โดยมีคุณมายิน เป็นผู้ประสานงาน



(หลังจากตกลงค่าเช่าเรือแล้ว หลวงพี่ได้มอบหนังสือ "ตามรอยพระพุทธบาท" ๔ เล่ม ให้แก่ผู้จัดการ "ชุมพรคาบาน่า")



(อาเล็กพามาที่ "ท่าเรือท่ายาง" ปากน้ำชุมพร)


เดินทางต่อไปที่ ศาลากลางจังหวัดชุมพร เพื่อไปหา คุณอาเล็ก ( อาหลวงพี่ชัยวัฒน์ )
ซึ่งได้ประสานงาน เรือของกรมประมง ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ผู้ที่จะเดินทางมาร่วมงาน น่าจะเกินกว่า 80 ท่าน
จึงต้องหาเรือเพื่อเดินทางไปเกาะพระหัตถ์เพิ่ม โดย 'อาเล็ก' อยู่ที่ชุมพร เป็นผู้ประสานงาน
ไปยัง ท่าเรือ อบจ. เพื่อติดต่อเช่าเรือเพิ่ม อีก 1 ลำ


praew - 9/3/11 at 10:34

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554 (วัดแหลมสน ต.ปากน้ำ อ.หลังสวน จ.ชุมพร)



พระพุทธพรชัยมงคลมุนี สร้างตั้งแต่ปี 2547 นับเป็นองค์ที่ 2 ประตูทิศใต้ ยังสวยงามในยามเย็น




ป้ายรายชื่อเจ้าภาพผู้ร่วมสร้าง ส่วนใหญ่รายละ 5,000 บาท มีมากมายติดอยู่รอบองค์พระทั้งสี่ด้าน




ทิวทัศน์ร้านอาหารริมชายหาดปากน้ำหลังสวน สมกับคำว่า..."อากาศดีมีอาหารอร่อย" จริงๆ





ติดต่อประสานงานในเรื่องของที่พัก สำหรับผู้ที่จะมาร่วมงาน มีทั้งห้องพักเดี่ยว และห้องพักรวม




จัดเตรียมสถานที่ ประดับไฟ และติดตั้งจอภาพ และ โปรเจคเตอร์ จากเจ้าหน้าที่เทศบาลปากน้ำ



ทั้งนี้หลวงพี่วางแผนที่จะจัดงานให้ไฮเทค โดยการฉายภาพงานสร้างพระพุทธรูป ตั้งแต่เริ่มวางศิลาฤกษ์ เมื่อปี 2547




ส่วนภายในศาลาวัดแหลมสน เจ้าหน้าที่บายศรีของเราเดินทางมากันหลายคน
ทำทั้งบายศรีพญานาค และบายศรีเรือสุพรรณหงส์








หลวงพี่แนะนำให้ตั้งโต๊ะประชาสัมพันธ์ เพราะคนจะมาถึงตอนเย็นวันที่ 18 ก.พ. จะได้ไม่ขลุกขลัก




หลวงพี่กำลังตัดเกล็ดพญานาค โดยมีคุณบำรุง และคุณน้อย ที่มาช่วยจาก อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย




มีผู้เล่าเหตุการณ์ที่ได้พบพญานาค ได้เดินทางมาวัดพอดี ได้เล่าให้ทีมงาน และหลวงพี่ได้ทราบ




(หลวงพี่กำลังก้มกราบ "รอยเท้าพ่อหลวงพันธ์" ที่ได้เหยียบไว้ตั้งแต่สมัยท่านมีชีวิตอยู่)


ได้เวลาประมาณ 17.00 น. หลวงพี่ชัยวัฒน์ เห็นว่าทีมงานได้เหนื่อยกันแล้ว
ท่านจึงได้พาทีมงาน ไปเปลี่ยนบรรยากาศ โดยพาไปวัดในเขา เพื่อกราบพ่อหลวงพันธ์
ซึ่งท่านเล่าให้ฟังว่า คุณพ่อของท่าน ศรัทธาพ่อหลวงพันธ์มาก และหลวงพี่ของพวกเรา
ก็ศรัทธาด้วยเช่นกัน ตั้งแต่ในสมัยที่ท่านยังเด็กอยู่




ท่านได้พาไปกราบไหวัสรีระของท่านพ่อหลวงพันธ์ ที่วัดในเขา ซึ่งต้องเดินขึ้นเขาที่อยู่ริมแม่น้ำหลังสวน



พ่อหลวงพันธุ์ สิริจนฺโท


หลวงพี่พาขึ้นไปกราบสรีระศพพ่อหลวงพันธ์ และพ่อหลวงลอบ, พ่อหลวงแดง ซึ่งมรณภาพไปนานแล้ว ทางวัดได้นำมาบรรจุไว้ในโกศแห่งนี้ โกศบนนี้จึงรวมเป็น 3 องค์ด้วยกัน โดยเฉพาะพ่อหลวงพันธ์อยู่ข้างบนสุด ด้านหน้าโกศจะเขียนไว้นานแล้วว่า “พ่อหลวงพันธุ์ สิริจนฺโท ปรารถนาพระสัมมาสัมโพธิญาณ อายุ ๘๕ ปี (๔๓ พรรษา) ได้ถึงมรณภาพปี พ.ศ.๒๔๙๗”

และเป็นเรื่องที่แปลกมาก คือผู้อ่านจะสังเกตตามรูปของท่านได้ว่า ท่านเป็นพระที่มีหนวด แต่ไม่ใช่หมายความว่าท่านฝ่าฝืน พระวินัย เนื่องจากหนวดของท่านแข็งมาก จนโกนไม่ได้นั่นเอง พ่อหลวงพันธุ์องค์นี้ โยมพ่อของหลวงพี่มีความเคารพนับถือมาก เพราะ ถือว่าท่านเป็นผู้มีพระคุณอย่างยิ่ง

สำหรับประวัติชีวิตของท่าน ได้เดิน ธุดงค์ไปตั้งแต่ภาคเหนือลงไปจนถึงภาคใต้ พระสมัยนั้นส่วนใหญ่จะมีวิชาความรู้มาก โดยเฉพาะเรื่องคาถาอาคม พอที่จะแก้วิชาไสย ศาสตร์ที่พอจะมีอยู่ได้บ้าง และประการสำคัญ ที่ท่านมีปฏิปทา เป็นพระโพธิสัตว์ ด้วยการจัด งานประเพณี โปรยทาน เป็นประจำทุกปี สมัยก่อนจะมีคนไปร่วมงานมากมาย แต่ปัจจุบันนี้ไม่มี แล้ว เนื่องจากไม่มีใครสามารถจะทำได้

พวกเราทุกคนสนใจในปฏิปทาของท่านที่หลวงพี่ได้เล่าให้ฟังโดยย่อ ต่างพากันกราบไหว้บูชา แล้วเดินลงมาจากบนเขาที่ไม่สูงนัก พร้อมกับมองดูทัศนียภาพแม่น้ำหลังสวน ที่ไหลคดเคี้ยวผ่านทิวเขาออกไปสู่ปากอ่าว โดยเห็นทะเลกว้างใหญ่ได้แต่ไกล ข้างบนนี้ลมพัด เย็นสดชื่นจริงๆ ต้นไม้ก็เขียวชะอุ่ม ได้กลิ่นดอกลั่นทมที่อยู่รายรอบบริเวณยอดเขานั้น


หลังจากกลับลงมา กำลังเดินทางกลับ บังเอิญ หลวงพี่ฯ ท่านได้หันไปเห็นแม่ชีท่านหนึ่ง โดยบังเอิญ ท่านจำได้ว่า แม่ชีผู้นี้ สมัยก่อนได้เคยดูแล หลวงพี่ในช่วงที่ท่านมากราบพ่อหลวงพันธ์ จึงได้เดินเข้าไปทักทาย และพวกเราก็ได้ร่วมกันทำบุญกับแม่ชี ซึ่งหลวงพี่ก็ดีใจ เปรียบเสมือนกับว่า ทุก ๆ คน ได้ตอบแทนแม่ชี แทนหลวงพี่ จากนั้นหลวงพี่ได้ไปสอบถาม ถึง แม่ชี 3 พี่น้องอีกภายในวัด ที่บวชอยู่วัดพ่อหลวงพันธ์ พอดีได้เจอแม่ชีพอดี


หลวงพี่ และพวกเราได้ร่วมทำบุญ ค่ารักษาพยาบาล แม่ชีที่หกล้ม รวมเป็นเงินสามพันกว่าบาท




ระหว่างนั้น พระอาจารย์จำลอง เจ้าอาวาสวัดในเขา เข้ามาในห้องพอดี พวกเราจึงได้ร่วมทำบุญกับท่าน
เพื่อร่วมบูรณะศาลาครอบรอยเท้าของพ่อหลวงพันธ์ เป็นจำนวนเงินพันกว่าบาทด้วย



จากนั้นได้เดินทางต่อไปยัง วัดคอเขา กว่าจะเดินทางไปถึง ก็เป็นเวลาที่พระอาทิตย์กำลังตกดินพอดี
สวยงามมาก เพราะช่วงนี้เป็นวันขึ้น ๑๔ ค่ำ พระจันทร์กำลังขึ้น แต่กลับมาดูภาพถ่าย
ปรากฏว่ามีคล้ายดวงจันทร์ (ดวงใหญ่ต่ำกว่า) เพิ่มมาอีก ๑ ดวง


praew - 28/3/11 at 11:13

((( โปรดติดตามตอนต่อไป คลิกที่นี่ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2554 (วันมาฆบูชา) ตอนที่ 2 )))

((( โปรดติดตามตอนต่อไป คลิกที่นี่ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2554 ตอนที่ 3 )))

((( โปรดติดตามตอนต่อไป คลิกที่นี่ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2554 ตอนที่ 4 )))


webmaster - 3/6/17 at 15:32

.