ตามรอยพระพุทธบาท

เล่าเรื่องการเดินทางไป "ภาคตะวันออก" วันที่ 27-30 มีนาคม 2557
webmaster - 15/5/14 at 08:37

เล่าเรื่องการเดินทางไป "ภาคตะวันออก"

ระหว่างวันที่ 27 - 30 มีนาคม 2557



๒๗ มีนาคม ๒๕๕๗ (วัดท่าซุง - ชลบุรี)


๑. รอยพระพุทธบาท บ้านนายดาบบุญรอด ๓๒/๔ หมู่๓ ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

.....คณะตามรอยพระพุทธบาทได้ออกเดินทางจากวัดหลังจากฉันเช้าแล้ว แวะฉันเพลที่เซียร์รังสิต และไปรับคุณมายินที่บ้านในกรุงเทพฯ จากนั้นก็เดินทางต่อไปเป้าหมายคือ ที่บ้านนายดาบบุญรอด ซึ่งเป็นเรือนไทยทำด้วยไม้สักอย่างสวยงามตามสไตล์ไทยโบราณ ถึงบ้านดาบบุญรอดประมาณ ๔ โมงเย็น หลวงพี่ทราบว่ามีรอยเท้าขึ้นปรากฏเองที่กระจกหน้าต่างด้านนอก และด้านในเป็นเตียงนอนของดาบรอด ซึ่่งตรงกับหัวนอนพอดีเป็นที่อัศจรรย์มาก


หลวงพี่จึงอยากจะมาที่บ้านนี้เพื่อดูรอยเท้าดังกล่าว คุณแม่ของนายดาบบุญรอด ชื่อคุณแม่สำราญเล่าว่า ตนพยายามจะเช็ดออกอยู่ ๒-๓ ครั้ง แต่รอยนี้ก็ยังปรากฏขึ้นแทนที่อยู่เสมอ ต่อมาก็ไม่เช็ดออก คงปล่อยให้ปรากฏเป็นรอยเท้า ซึ่งเหมือนกับแป้งที่หยดย้อยไหลลงมา


หลวงพี่ขึ้นไปกราบรอยเท้าที่ปรากฏขึ้นตรงกระจกหน้าต่าง จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นรอยพระพุทธบาทปรากฏขึ้นมาให้กราบไหว้บูชากันเป็นการส่วนตัว นายดาบบุญรอดจึงได้ปิดทองรอบๆ รอยพระพุทธบาทไว้


หลวงพี่ได้พักค้างคืนที่นี่ ส่วนคณะที่มาจากกรุงเทพฯ บางส่วนได้พักค้างคืนที่บ้านคุณต่าย ซึ่งเป็นญาติกับนายดาบบุญรอด โดยมีคุณหนิง อุไรวรรณ เป็นผู้จัดเตรียมอาหารเย็น (ของทะเล) ไว้ต้อนรับด้วย ตอนเช้าเจ้าภาพถวายอาหารเช้ารับพรเสร็จแล้ว ได้เจิมบ้านดาบบุญรอด และบ้านญาติของดาบบุญรอด ทุกคนได้สวดคาถาเงินล้านตอนที่หลวงพี่เจิมด้วย




หลวงพี่ได้สรงน้ำหอม พร้อมโปรยดอกไม้ และถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกด้วย





หลังจากนั้นก็มาเจิมตึกแถวที่ต่ายซื้อเอาไว้ประกอบธุรกิจในอนาคต




เนื่องจากทางคณะได้นัดรวมตัวกันที่บ้านดาบบุญรอด มีคณะน้องหมี น้องตู่-รุ่ง น้องต่ายและคุณพ่อ และคณะน้องติ๋ว รวมทั้งหมด 20 ชีวิต


๒๘ มีนาคม ๒๕๕๗ (ชลบุรี - ระยอง - ตราด)


๒. รอยพระพุทธบาท บ้านแลง วัดเขาพระพุทธบาท (เขาประดู่) ต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ระยอง

....ทุกคนพร้อมออกเดินทางจากบ้านดาบรอด เวลา ๙.๐๐ น. ไปกราบรอยพระพุทธบาทที่วัดเขาพระพุทธบาท หลวงพี่เคยมาแล้วสองสามครั้ง ตั้งแต่ยังไม่ได้สร้างมณฑปและบันไดพญานาค ส่วนมากคณะนี้ยังไม่เคยมา


ระหว่างเดินทางก่อนถึงรอยพระพุทธบาท มองดูถนนปรากฏว่ามีฝนตกก่อนล่วงหน้าเล็กน้อย แต่แปลกที่ตกเฉพาะบริเวณวัดเขาพระบาทเท่านั้น ทำให้อากาศสดชื่นไม่ร้อน ฝุ่นก็ไม่มี บรรยากาศกำลังเย็นสบายพอดี ก่อนหน้านั้นน้องรุ่งได้ทำบายศรีที่คณะวิหารพระศรีอารย์ได้เตรียมเอาไว้จนเสร็จ และนำมากราบไหว้บูชา



จากนั้นได้บวงสรวงด้วยเสียงเทปของหลวงพ่อ โดยก่อนหน้านั้นได้ทำความสะอาดรอยพระพุทธบาท



หลังจากกราบไหว้บูชากันทุกคนเสร็จแล้วได้ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก



จากนั้น คุณอุไรวรรณ (หนิง) ได้นิมนต์หลวงพี่ฉันเพลที่ร้านอาหารชื่อดังของจังหวัดระยอง ชื่อว่า "ตำนานป่า" เป็นสวนอาหารกึ่งรีสอร์ท ขออนุโมทนาเจ้าภาพคือ คุณหนิงและคุณต่ายด้วยค่ะ



๓. รอยพระพุทธบาท สำนักสงฆ์เทพประทานพร บ้านโปง ต.วังตะเคียน อ.เขาสมิง จ.ตราด


หลวงพี่และบางคนเคยมานานมากตั้งแต่สมัยเจ้าอาวาสองค์ก่อนนี้ ตอนนี้ท่านได้มรณภาพไปแล้ว ส่วนเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันได้จัดให้มีงานปิดทองรอยพระพุทธบาทประจำปี สถานที่เจริญขึ้นกว่าแต่ก่อน พวกเรานำบายศรีมาตกแต่ง ทำความสะอาดรอยพระพุทธบาท หลวงพี่สนทนากับเจ้าอาวาสและชาวบ้านที่เคยอุปัฏฐากวัดมานาน ซึ่งบังเอิญมาถวายทุเรียนให้แก่เจ้าที่ผู้อารักขาวัดพอดี



จากนั้นได้สักการบูชาด้วยบายศรีและห่มผ้าที่ฐานพระพุทธรูปยืน เปิดเทปเสียงหลวงพ่อเสร็จแล้วหลวงพี่ได้อธิฐานว่าสมควรจะสร้างศาลาครอบดีหรือไม่ ผลการเสี่ยงทายว่าควรจะสร้าง เพราะสมัยก่อนทางวัดเคยสร้างไว้แล้ว ตอนหลังมีฟ้าผ่าลงมา จึงไม่มีใครกล้าสร้างขึ้นอีก


ในขณะนั้นท้องฟ้ามีเสียงคำรามพอดี พวกเราคณะตามรอยฯ ได้ร่วมกันทำบุญประเดืมไว้ ๑๕,๐๐๐ บาท และให้ทางวัดจัดผ้าป่าหรือหาเจ้าภาพที่จะสร้างต่อไป ซึ่งผลการก่อสร้างก็ได้ลงภาพให้ชมไปแล้ว ดังนี้ http://tamroiphrabuddhabat.com/xmb/viewthread.php?tid=1009

......ขณะนี้กำลังก่อสร้างที่ สำนักสงฆ์เทพประทานพร อ.เขาสมิง จ.ตราด (ทางวัดเป็นผู้ดำเนินการสร้าง หลวงพี่ได้ไปที่วัดแล้วถวายเงินจำนวน ๑๕,๐๐๐ บาท ปรากฏว่าเจ้าอาวาสโทรมาบอกเงินไม่พอ หลวงพี่จึงได้บอกบุญไปทาง "พี่ติ๋ม" กรุงเทพฯ เพื่อรวมเงินงวดที่สองโอนไปให้อีก ๒๕,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลือชาวบ้านช่วยกันทำบุญ) ซึ่งมีกำหนดจะไปทำพิธียกฉัตร วันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๗


สำหรับสถานที่นี้ทางวัดเคยสร้างศาลาครอบพระพุทธบาทไว้ แต่ก็ถูกฟ้าฝ่าพังไปนานแล้ว ต่อมาหลวงพี่ได้อธิษฐานเสี่ยงทาย ปรากฏว่าท่านอนุญาตให้สร้างได้ คิดว่าพวกเราคงได้ผลบุญอย่างมหาศาล เพราะสร้างไว้กันแดดกันฝน เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของคนที่จะมากราบไหว้รอยพระพุทธบาท

.

สำหรับผู้ร่วมทำบุญผ่านพี่ติ๋ม (อภิญญา นาคสวัสดิ์) มี คุณสุชัย (ท้ง) ชินบุตรานนท์, เจ๊จู (ศุภลักษณ์) และน้องๆ เจ๊จู (หลี, ยี้, กุง, ฮวง) และน้องในที่ทำงานของพี่ติ๋ม คือ คุณอาภากร วงศ์ศรวณีย์, และพี่ติ๋ม, ตุ๋ย, ธาณินทร์ รวมเป็นเงิน ๓๕,๐๐๐ บาท ฉะนั้น ผู้ที่ร่วมทำบุญจะได้บุญ ๓ อย่าง คือ

๑. ได้สร้างศาลาครอบรอยพระพุทธบาท
๒. สร้างพระพุทธรูปประจำศาลา หน้าตัก ๓๐ นิ้ว พร้อมฐานพระ
๓. สร้างฉัตร ๕ ชั้น และ ๓ ชั้น



ส่วนข้างๆ รอยพระพุทธบาทจะมี "รอยวางบาตร" ให้เห็นด้วย และมีรอยไม่ทราบแน่ชัดอีกหนึ่งรอยน่าจะเป็น "รอยไม้เท้า" หลวงพี่ได้ถวายหนังสือตามรอยพระพุทธบาทไว้ ๑ ชุด และหนังสือตามรอยฯ เล่มเล็กไว้ อีก ๑ เล่ม พร้อมคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับชาวบ้านและเจ้าอาวาส และเจ้าอาวาสได้ให้หลวงพี่ดู "หินบดยา" สมัยโบราณ เป็นของหายากอีกชิ้นหนึ่ง


"หินบดยาโบราณ" ที่ทางวัดเก็บรักษาไว้นานแล้ว


๔. รอยพระพุทธบาท บ้านหาดเล็ก (ริมทะเลใกล้ศาลเจ้าแม่หาดเล็ก ติดชายแดนกัมพูชา) อ.คลองใหญ่ จ.ตราด



จาก จ.ตราดมาที่รอยพระบาทประมาณ ๙๐ กิโล เนื่องจากอยู่ในสถานที่แออัดมาก และคนหรือชาวบ้านไม่เคยสนใจเลย พวกเรารีบไปกราบไหว้และรีบกลับมา อนึ่ง สถานที่เปลี่ยนไปมากเต็มไปด้วยร้านค้า ผู้คนจอแจ เป็นอีกรอยที่จะสูญหายในอนาคต

๕. วัดบุปผาราม (วัดปลายคลอง) อ.เมือง จ.ตราด


พวกเราตั้งใจมาวัดเพื่อจะมากราบพระบรมสารีริกธาตุ ที่อยู่ในวิหารซึ่งทางวัดได้จัดทำวิหารหลังนี้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ วัดนี้เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดตราด สร้างในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ปี พ.ศ. ๒๑๙๑ และบูรณะเรื่อยมาจนถึงสมัยปัจจุบัน ขณะเข้าไปในวัดปรากฏว่าไม่มีพระอยู่เลย ท่านติดภารกิจนิมนต์ทั้งวัด พวกเราจึงเข้าวิหารไม่ได้ เดินชมวัดได้สักครู่หลวงพี่ก็เดินทางไปฉันเพล เพื่อเดินทางไปลงเรือสู่ "เกาะกูด" กันต่อไป..

คลิปวีดีโอ "การเดินทางไป ภาคตะวันออก"

วันที่ 27-30 มีนาคม 2557 (ตอน 1)




<< กลับสู่สารบัญ


webmaster - 15/5/14 at 15:21

๖. รอยพระพุทธบาท เกาะกูด (ทับทิมสยาม) ต.เกาะกูด อ.เกาะกูด จ.ตราด (พบใหม่)



รอยพระพุทธบาท ณ.ที่นี้ ครูบาสันยาสีได้เคยไปสำรวจมาแล้ว เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕ และได้มีจดหมายแจ้งมาให้หลวงพี่ได้รับทราบ หลวงพี่รอคอยจังหวะมา ๒ ปี จึงได้มีโอกาสมาที่รอยพระพุทธบาทแห่งนี้


หลังจากฉันเพลแล้ว คณะก็มาพร้อมกันที่ท่ารถที่จะลงไปที่ท่าเรือเกาะกูด เรือที่จะใช้ไปในการนี้คือเรือสปีดโบท คณะของคุณศราวุธได้ติดต่อประสานงานเช่าไว้ให้


เวลา ๑๒.๓๐ น. พวกเราก็พร้อมกันที่ท่าเรือ ต่างเตรียมสัมภาระทั้งของขบเคี้ยว เครื่องดื่ม และน้ำ ตลอดจนเครื่องบูชา คือบายศรีที่ตั้งใจไปประกอบกันที่บนเกาะเลย


คณะคุณศราวุธได้ซื้อปูทะเลที่เขานำมาขายไปให้หลวงพี่ปล่อยด้วย โดยคณะพวกเราร่วมทำบุญประมาณ ๒-๓ พันบาท ตอนเช้าได้แวะซื้อปูกันที่ตลาดหาดเล็กเอาไว้แล้ว เรือใช้เวลาวิ่งไปถึงเกาะกูด ๓๕ นาทีโดยประมาณ



ภาพรอยพระพุทธบาทที่มีเป็นจำนวนมาก


หลวงพี่ปล่อยปูทะเลประมาณ ๑๐ กว่าตัว คณะคุณศราวุฒิจัดหามาจากตลาดหาดเล็ก



ต่าย พ่อแก่ (พ่อของต่าย) และพี่สำราญ ช่วยกันเปลี่ยนผ้าธง คนขับเรือเข้ามาช่วยทำด้วย ตู่รุ่งและพวกเราหลายคนช่วยกันทำบายศรี เสร็จแล้วเริ่มพิธีบวงสรวง เมื่อทำพิธีบวงสรวงเสร็จแล้ว ก็อุทิศส่วนกุศล และถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก








ขากลับคุณศราวุธชึ้ให้ดูรอยพระพุทธบาทที่เห็นเฉพาะรอยนิ้วเท้า



กลับมาถึงที่เรือสปีดโบท ไม่น่าเชื่อว่าเรือสปีดโบทจะเกยตี้นได้ เป็นเพราะคนขับเรือกลับมาไม่ทันเพราะว่าน้ำลงเร็วมาก จึงต้องใช้เรือลากตั้งแต่บ่าย ๓ โมง ใช้เรือถึง ๓ ลำ ๒ ลำแรกแรงม้าน้อยลากเรือไม่ขยับเลย พวกเราต่างก็ช่วยกันดันเรือ น้ำจะขึ้นอีกครั้งก็ประมาณตีหนึ่ง พวกเราจึงออกแรงกันเต็มที่ เพื่อให้ทันก่อนมืด


จนกระทั่งใกล้มืด พวกผู้หญิงร้องรำทำเพลงรอบกองไฟ เห็นบอกว่าบนเอาไว้ว่าถ้าเรือออกได้ จะรำถวายเจ้าแม่ ๓ รอบ ต่อมาคนขับเรือแจ้งว่าได้ติดต่อเรือที่มีกำลังแรงมาจากอ่าวสลัดแล้ว รอประมาณครึ่งชั่วโมงเรือที่แรงม้าสูงเครื่องสี่สูบก็มาถึง ช่วยลากจนเรือออกมาถึงระดับน้ำที่ลึกได้ คนขับจึงเปลี่ยนแผนให้พวกเรานอนค้างที่เกาะกูดหนึ่งคืน



ทางเจ้าหน้าที่ของเรือได้นำพวกเราไปนอนค้างที่อ่าวสลัด อ.เกาะกูด หลวงพี่ได้ไปนอนพักในวัดอ่าวสลัด คณะคุณศราวุธได้พักที่โฮมสเตย์ริมท่าน้ำ ตอนเช้าได้ทำบุญร่วมกันจากนั้นได้ถ่ายรูปที่องค์พระใหญ่ที่วัดนี้ ทำบุญใส่ตู้กันตามอัธยาศัยประมาณ ๒,๐๐๐ บาท จากนั้นได้มาฉันเช้าด้วยข้าวต้ม และกาแฟที่ร้านอาหาร ก่อนขึ้นเรือกลับ



แต่ก่อนที่จะถึงท่าเรือ ทางโน้นแจ้งว่าขอให้เรือไปจอดอีกท่าหนึ่ง เนื่องจากมีกระแสลมแรง เกรงจะเกิดอันตราย เรือสปีดโบทจึงได้วิ่งไปจอดอีกท่าหนึ่ง แล้วมีรถปี๊คอัพมารับไปที่จอดรถของพวกเรา นับว่าเหตุการณ์ต่างๆ ได้ผ่านไปด้วยความปลอดภัย



๓๐ มีนาคม ๒๕๕๗ (ตราด - จันทบุรี - สระแก้ว - ปราจีนบุรี)


๗. วัดเทพประทาน(อธิพร) อ.สอยดาว จ.จันทบุรี


วัดนี้เคยมาร่วมทำบุญเมื่อสองปีที่แล้ว เนื่องจากเป็นทางผ่านอย่างไม่ตั้งใจ หลวงพี่จึงตั้งใจมาร่วมทำบุญที่นี่อีกครั้งเป็นการบังเอิญ เพราะไม่นึกว่าจะต้องผ่านมาทางนี้ เป็นการสร้างสมเด็จองค์ปฐม นามว่า “พระพุทธเมตตา” หน้าตัก ๒๙ เมตร สูง ๔๕ เมตร สร้างด้วยแร่นิลรัตนะทั้งองค์ พวกเราร่วมทำบุญในนามคณะตามรอยพระพุทธบาท จำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท ถวายโดยตรงกับเจ้าอาวาส

๘. รอยพระพุทธบาท จันทาราม บ.เตาถ่าน ต.ทุ่งขนาน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี


รอยนี้อยู่ลึกเข้าไปในสวนปาล์ม ติดชายแดนกัมพูชา ใกล้กับเขาถ้ำพระ เขาจำปาและเขาระฆัง คณะได้ชื้อส้มตำ ข้าวเหนียวไก่ย่างติดไม้ติดมือไปฝากทหารนาวิกโยธิน และของกินที่อยู่ในรถทั้งหมดมาให้ที่ค่ายทหารนี้ พร้อมทั้งแวะทำบายศรีที่ตู่และรุ่งเตรียมมาจนแล้วเสร็จ



เข้ามาถึงพื้นที่แล้วช่วยกันทำความสะอาดรอยพระพุทธบาท เตรียมบวงสรวง นับรวมได้ประมาณ ๙ รอย สรงน้ำหอมโปรยดอกไม้และปิดทอง เมื่อหลวงพี่ทำพิธีเสร็จพวกเราก็เข้าไปกราบไหว้บูชา เมื่อเสร็จจากที่นี่แล้วก็แยกย้ายกันกลับตามอัธยาศัย





๙. วัดคลองเจริญ ต.คลองไก่เถื่อน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว


พวกเราได้แยกย้ายกันเดินทางกลับ คณะหลวงพี่มีรถน้องหมีร่วมทางมาด้วย เดิมวางแผนจะตัดไปทางสนามชัยเขต แต่เมื่อผ่านหน้าวัดนี้ เห็นมีการก่อสร้างองค์พระพุทธรูปหน้าตัก ๕ เมตร หลวงพี่จึงเข้าไปร่วมสร้างพระกับเจ้าอาวาส รวมเงินทำบุญได้ ๔,๐๐๐ บาทถ้วน เมื่อถามทางที่จะไปต่อ ท่านบอกว่าตอนนี้ช้างออกมาทำร้ายคนตามที่เป็นข่าว พวกเราฟังแล้วตกใจนึกถึงข่าวนี้ได้ จึงพูดกันว่าเป็นความโชคดีจริงๆ ที่แวะมาที่วัดนี้ก่อน ไม่เช่นนั้นก็จะเสียเวลาไปอีก เพราะน้องหมีจะต้องรีบไปทำงานในวันต่อไป


เมื่อทราบข่าวดังนี้จึงวางแผนใหม่ที่จะไปทางสระแก้ว จากนั้นพวกเราก็เดินชมไม้ตะเคียน ซึ่งมีซากไม้ชนิดนี้อยู่เยอะมาก พร้อมทั้งมีคนเอาชุดไทยมาแขวนไว้หลายชุด คงจะเป็นการแก้บนเจ้าแม่ตะเคียนนั่นเอง จึงเข้าไปกราบแล้วขอโชคขอลาภกันตามอัธยาศัย กลับมาปรากฏว่าน้องตึ๋งได้โชคลาภไปพอสมควร

๑๐. พระพุทธรูปประจำจังหวัดปราจีนบุรี วนพุทธอุทยานน้ำตกเขาอีโต้ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี


ขณะขับรถมาเจอป้ายสร้างพระอยู่ข้างทางจึงติดต่อไปที่สำนักวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี ที่นี่รับบริจาคเงินทำบุญเพื่อสร้างพระองค์นี้ด้วย แต่ป้ายให้ติดต่อสำนักงานคลังจังหวัด เป็นพระพุทธรูปปางนาคปรกที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง องค์พระหน้าตักประมาณ ๒๕ เมตร ความสูงทั้งหมด ๓๔ เมตร คณะกรรมการได้ทำพิธีเททองหล่อเม็ดพระศกเป็นปฐมฤกษ์แล้ว เมื่อวันมาฆบูชาที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา พวกเราได้ร่วมทำบุญ ๕,๐๐๐ บาท

คลิปวีดีโอ "การเดินทางไป ภาคตะวันออก"

วันที่ 27-30 มีนาคม 2557 (ตอน 2)




สรุปตั้งแต่วันที่ ๒๗ - ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๗

๑. กราบรอยพระพุทธบาท ๖ แห่ง (ใน ๖ แห่งนี้ พบใหม่ที่เกาะกูด และปรากฏขึ้นที่บ้านดาบบุญรอด)
๒. ร่วมสร้างพระพุทธรูป ๓ องค์ หน้าตัก ๒๙ เมตร สูง ๔๕ เมตร หน้าตัก ๒๕ เมตร สูง ๓๔ เมตร หน้าตัก ๕ เมตร สูงประมาณ ๘ เมตร
๓. ร่วมสร้างศาลาครอบรอยพระพุทธบาท ๑ แห่ง
๔. รวมเงินทำบุญทั้งหมด ๔๖,๐๐๐ บาท

ขอเชิญร่วมอนุโมทนาปรับปรุงวิมานและรัศมีกายของท่านกันตามอัธยาศัยนะค่ะ

<< กลับสู่สารบัญ


webmaster - 20/5/14 at 18:18

.